การสื่อสารระหว่างบุคคล / การสื่อสารเชิงกลยุทธ์

“เกรงใจจนงานพัง” วิธีทวงงานจากลูกน้องที่เป็นผู้ใหญ่กว่า หรือมีอาวุโสมากกว่าในทีม

     หนึ่งในสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดสำหรับผู้นำรุ่นใหม่ ไม่ใช่การบริหารคนที่อายุน้อยกว่าหรือมีประสบการณ์น้อยกว่า แต่เป็นการต้องดูแลและติดตามงานจากลูกน้องที่อายุมากกว่า มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า หรือแม้แต่เคยเป็นรุ่นพี่ในสายงานเดียวกันมาก่อน ในฐานะที่ทำงานด้านภาวะผู้นำและการสื่อสารมาหลายปี ผมพบว่าสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะในองค์กรที่มีการเลื่อนตำแหน่งตามผลงานมากกว่าอาวุโส

     ปัญหาที่ตามมาคือ หัวหน้างานหลายคนรู้สึกเกรงใจจนไม่กล้าทวงงานหรือให้ Feedback อย่างตรงไปตรงมากับลูกน้องที่อาวุโสกว่า เพราะกลัวว่าจะดูไม่เคารพผู้ใหญ่ กลัวถูกมองว่าวางอำนาจทั้งที่อายุน้อยกว่า หรือกลัวว่าจะทำให้ความสัมพันธ์ที่เคยดีต่อกันเสียไป ความเกรงใจที่มากเกินไปนี้เองที่มักนำไปสู่ปัญหางานล่าช้า คุณภาพงานไม่ได้มาตรฐาน และในที่สุดก็ส่งผลกระทบต่อทั้งทีมและตัวหัวหน้างานเอง

     บทความนี้จะพาไปสำรวจว่าทำไมความเกรงใจถึงกลายเป็นดาบสองคมในการบริหารทีม พร้อมตัวอย่างสถานการณ์จริง และแนวทางการสื่อสารที่ช่วยให้ทวงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงรักษาความเคารพและความสัมพันธ์ที่ดีไว้ได้

ทำไมการบริหารลูกน้องที่อาวุโสกว่าถึงยากเป็นพิเศษ

     ในวัฒนธรรมการทำงานที่ให้ความสำคัญกับความอาวุโสและการเคารพผู้ใหญ่ การที่คนอายุน้อยกว่าต้องบริหารหรือให้ Feedback กับคนที่อายุมากกว่า มักสร้างความรู้สึกอึดอัดใจให้กับทั้งสองฝ่าย หัวหน้างานที่อายุน้อยกว่าอาจรู้สึกว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์เต็มที่ที่จะทวงงานหรือตำหนิผู้ที่อาวุโสกว่า แม้ในทางตำแหน่งจะมีอำนาจหน้าที่ในการดูแลงานนั้นก็ตาม

     นอกจากมิติเรื่องอายุแล้ว ยังมีมิติเรื่องประสบการณ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หัวหน้างานหลายคนรู้สึกไม่มั่นใจที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับงานของคนที่มีประสบการณ์มากกว่าตัวเอง เพราะรู้สึกว่าตัวเองอาจไม่มีความรู้เพียงพอที่จะตัดสินหรือให้คำแนะนำ ความรู้สึกนี้ยิ่งทำให้การสื่อสารเรื่องการทวงงานหรือการให้ Feedback กลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงมากกว่าเผชิญหน้า

.

สาเหตุที่ความเกรงใจกลายเป็นปัญหาในการทำงาน

     1. กลัวว่าจะดูไม่เคารพผู้ใหญ่

           ค่านิยมเรื่องการเคารพผู้อาวุโสฝังลึกอยู่ในวัฒนธรรมการทำงาน ทำให้หัวหน้างานที่อายุน้อยกว่ารู้สึกว่าการทวงงานหรือตำหนิลูกน้องที่อายุมากกว่าเป็นการไม่เคารพ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว การทวงงานอย่างเหมาะสมคือส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่ ไม่ใช่การไม่ให้เกียรติแต่อย่างใด

          ตัวอย่าง: หัวหน้าทีมอายุยี่สิบแปดปีต้องดูแลงานของพนักงานอาวุโสอายุห้าสิบกว่าปี เมื่อพบว่างานล่าช้ากว่ากำหนด กลับรู้สึกลังเลที่จะทวงถาม เพราะรู้สึกเหมือนกำลังตำหนิคนที่อายุมากกว่าพ่อแม่ของตัวเอง

     2. กลัวถูกมองว่าใช้อำนาจในทางที่ผิด

           หัวหน้างานที่อายุน้อยหรือเพิ่งได้รับตำแหน่งใหม่ มักกังวลว่าการทวงงานอย่างจริงจังจะถูกมองว่ากำลังใช้อำนาจข่มผู้ที่อาวุโสกว่า โดยเฉพาะหากลูกน้องคนนั้นเคยเป็นรุ่นพี่หรือมีสถานะทางสังคมในทีมที่สูงกว่ามาก่อน

         ตัวอย่าง: หัวหน้าคนใหม่ที่เพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งเหนือกว่าเพื่อนร่วมงานเก่าที่อายุมากกว่า รู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่ต้องมอบหมายหรือทวงงาน เพราะกลัวว่าจะถูกมองว่าลืมตัวหรือวางอำนาจใส่คนที่เคยเป็นรุ่นพี่มาก่อน

     3. กลัวความสัมพันธ์ที่ดีจะเสียไป

           หลายครั้งที่หัวหน้างานและลูกน้องอาวุโสมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในฐานะเพื่อนร่วมงานมาก่อน การต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ทวงงานหรือให้ Feedback อาจทำให้รู้สึกกังวลว่าความสัมพันธ์อันดีนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ

         ตัวอย่าง: หัวหน้าทีมที่เคยสนิทสนมกับลูกน้องอาวุโสในฐานะเพื่อนกินข้าวมาตลอด เริ่มรู้สึกอึดอัดใจทุกครั้งที่ต้องพูดถึงเรื่องงานที่ล่าช้า เพราะกลัวว่าความสัมพันธ์นอกงานจะได้รับผลกระทบไปด้วย

     4. ไม่มั่นใจในความรู้หรือประสบการณ์ของตัวเอง

           เมื่อต้องให้ความเห็นเกี่ยวกับงานของคนที่มีประสบการณ์มากกว่า หัวหน้างานหลายคนรู้สึกไม่มั่นใจว่าตัวเองมีความรู้เพียงพอที่จะตัดสินหรือให้คำแนะนำ ความไม่มั่นใจนี้มักนำไปสู่การหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องปัญหางานโดยตรง

         ตัวอย่าง: หัวหน้าทีมที่มีประสบการณ์ทำงานน้อยกว่าลูกน้องในสายงานเดียวกัน รู้สึกไม่มั่นใจที่จะชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดในงาน เพราะกลัวว่าตัวเองอาจเข้าใจผิดหรือไม่มีความรู้เพียงพอที่จะตัดสินได้

.

ผลกระทบเมื่อไม่กล้าทวงงานอย่างตรงไปตรงมา

งานล่าช้าและส่งผลกระทบต่อทั้งทีม

     เมื่อหัวหน้างานไม่กล้าทวงงานอย่างตรงไปตรงมา งานที่ล่าช้ามักไม่ได้รับการแก้ไขทันเวลา ส่งผลกระทบต่อกำหนดการโดยรวมของทีมและโครงการ สมาชิกคนอื่นในทีมอาจต้องรับภาระเพิ่มเติมเพื่อชดเชยความล่าช้านั้น

มาตรฐานงานในทีมลดลง

     หากลูกน้องอาวุโสรับรู้ว่าหัวหน้างานไม่กล้าทวงถามหรือให้ Feedback อย่างจริงจัง อาจทำให้มาตรฐานในการทำงานลดลงโดยไม่ตั้งใจ และอาจส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของสมาชิกคนอื่นในทีมที่เห็นว่ามีการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกัน

ความน่าเชื่อถือในฐานะผู้นำลดลง

     เมื่อทีมสังเกตเห็นว่าหัวหน้างานไม่สามารถบริหารจัดการลูกน้องอาวุโสได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำโดยรวม แม้ว่าหัวหน้างานคนนั้นจะมีความสามารถในด้านอื่นมากเพียงใดก็ตาม

ความเครียดสะสมจากการหลีกเลี่ยงปัญหา

     การหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องงานที่มีปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มักสร้างความเครียดสะสมให้กับตัวหัวหน้างานเอง เพราะต้องคอยกังวลเกี่ยวกับปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และอาจนำไปสู่ความรู้สึกไม่มั่นใจในบทบาทผู้นำของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ

.

หลักการสื่อสารเพื่อทวงงานอย่างให้เกียรติแต่ได้ผล

> แยกเรื่องงานออกจากเรื่องอายุหรือความอาวุโสอย่างชัดเจน

     เมื่อพูดคุยเรื่องงาน ให้โฟกัสที่ตัวงานและผลลัพธ์ที่ต้องการ แทนที่จะให้ความรู้สึกเรื่องอายุหรือความอาวุโสเข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจว่าจะพูดหรือไม่พูด การทวงงานเป็นเรื่องของบทบาทหน้าที่ ไม่ใช่เรื่องของการแข่งขันด้านอาวุโส

>> ใช้น้ำเสียงที่ให้เกียรติแต่ยังคงความชัดเจน

     การให้เกียรติไม่ได้หมายความว่าต้องพูดอ้อมค้อมจนไม่ชัดเจน สามารถใช้น้ำเสียงสุภาพและคำพูดที่แสดงความเคารพ ในขณะเดียวกันก็ยังคงสื่อสารความต้องการหรือกำหนดเวลาที่ชัดเจนได้

>>> เริ่มต้นด้วยการขอความช่วยเหลือมากกว่าการตำหนิ

     แทนที่จะเริ่มต้นด้วยการชี้ปัญหาทันที ลองเริ่มต้นด้วยการถามถึงสถานการณ์หรือขอความช่วยเหลือในการทำความเข้าใจ เช่น ถามว่ามีอุปสรรคอะไรที่ทำให้งานล่าช้าหรือไม่ วิธีนี้เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้อธิบายสถานการณ์ก่อนที่จะเข้าสู่การพูดคุยเรื่องการแก้ไข

>>>> เน้นที่ผลลัพธ์และเป้าหมายร่วมกัน

     การพูดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อทีมหรือโครงการโดยรวม แทนที่จะเน้นที่ความผิดพลาดส่วนบุคคล ช่วยให้บทสนทนามีลักษณะของการทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน มากกว่าการตำหนิหรือกล่าวโทษ

>>>>> กำหนดขอบเขตและกำหนดเวลาที่ชัดเจน

     แม้จะใช้น้ำเสียงที่สุภาพ แต่ควรระบุกำหนดเวลาหรือความคาดหวังที่ชัดเจนเสมอ การพูดคลุมเครือเกินไปอาจทำให้ข้อความเรื่องความเร่งด่วนไม่ถูกส่งไปถึงอย่างมีประสิทธิภาพ

.

ตัวอย่างประโยคเปรียบเทียบในสถานการณ์จริง

      ลองพิจารณาสถานการณ์ที่ลูกน้องอาวุโสส่งงานล่าช้ากว่ากำหนดมาหลายวันแล้ว

แบบเกรงใจจนไม่ได้ผล: “พี่ครับ งานที่ให้ไปเป็นยังไงบ้างครับ ไม่รีบนะครับ ถ้ายังไม่เสร็จก็ไม่เป็นไร” (ทั้งที่ในใจรู้ว่างานนี้เร่งด่วนมาก)

แบบตรงไปตรงมาแต่ขาดความให้เกียรติ: “พี่ครับ งานนี้เลยกำหนดมาหลายวันแล้วนะครับ ทำไมยังไม่เสร็จสักที”

แบบให้เกียรติและได้ผล: “พี่ครับ ผมอยากเช็คความคืบหน้างานที่มอบหมายไปครับ เพราะโครงการนี้ทีมอื่นกำลังรองานส่วนนี้อยู่ ไม่ทราบว่ามีอุปสรรคอะไรที่ผมช่วยได้บ้างไหมครับ และพอจะประเมินได้ไหมครับว่าจะเสร็จได้เมื่อไหร่ เพราะผมต้องอัปเดตให้ทีมทราบด้วยครับ”

     ประโยคแบบที่สามแสดงให้เห็นทั้งความเคารพในตัวบุคคล ความชัดเจนเรื่องความเร่งด่วน และการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้อธิบายสถานการณ์ ซึ่งมักได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าทั้งสองแบบแรก

.

เทคนิคสร้างความสัมพันธ์ที่ดีควบคู่กับการรักษามาตรฐานงาน

แยกช่วงเวลาการพูดคุยเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว

     การรักษาขอบเขตที่ชัดเจนระหว่างบทสนทนาเรื่องงานกับความสัมพันธ์ส่วนตัว ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจว่าการพูดคุยเรื่องงานเป็นเรื่องของบทบาทหน้าที่ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในด้านอื่น

ให้ความเคารพในความรู้และประสบการณ์อย่างจริงใจ

     การแสดงออกถึงความเคารพในความรู้และประสบการณ์ของลูกน้องอาวุโสอย่างจริงใจในโอกาสที่เหมาะสม ช่วยสร้างความไว้วางใจที่ทำให้การพูดคุยเรื่องงานที่มีปัญหาเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น

สื่อสารความคาดหวังตั้งแต่เริ่มต้นความสัมพันธ์การทำงาน

     การพูดคุยอย่างเปิดเผยตั้งแต่เริ่มต้นเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และความคาดหวังในการทำงานร่วมกัน ช่วยลดความอึดอัดใจที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังเมื่อต้องพูดคุยเรื่องปัญหางาน เพราะทั้งสองฝ่ายเข้าใจกรอบการทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้น

.

สรุปและข้อคิดส่งท้าย

     การเกรงใจจนไม่กล้าทวงงานจากลูกน้องที่อาวุโสกว่า แม้จะเกิดจากความปรารถนาดีที่จะรักษาความสัมพันธ์และให้เกียรติผู้ใหญ่ แต่ในระยะยาวกลับสร้างผลเสียมากกว่าผลดี ทั้งต่อคุณภาพงาน ต่อทีม และต่อความน่าเชื่อถือในฐานะผู้นำของตัวเอง

     การให้เกียรติและการทวงงานอย่างชัดเจนไม่ใช่สิ่งที่ขัดแย้งกัน ในทางตรงกันข้าม การสื่อสารที่ดีคือการทำทั้งสองสิ่งไปพร้อมกันได้ ผู้นำที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่อายุหรือความอาวุโส แต่วัดกันที่ความสามารถในการสื่อสารเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วง ในขณะที่ยังคงรักษาความเคารพและความสัมพันธ์ที่ดีในทีมไว้ได้อย่างสมดุล

Tags: , , , , , , , , , ,

Comments are closed.